บริษัท วี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำ PropTech ครบวงจรในตลาดอสังหาริมทรัพย์
วี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ VBEYOND เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ด้วยการก้าวเข้าสู่การเป็น “Property Technology Company” หรือ PropTech อย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายในการให้บริการที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ประวัติและความเป็นมา
วี บียอนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะพลิกโฉมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิมด้วยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ง่ายและสะดวกสบายให้แก่ผู้บริโภค โดยเริ่มต้นจากการให้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะขยายธุรกิจและฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นบริษัทชั้นนำที่มีเครือข่ายเอเจนต์และบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
ธุรกิจและการให้บริการ
วี บียอนด์ มีจุดเด่นคือการให้บริการแบบ One Stop Service ที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในทุกมิติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยสามารถแบ่งบริการหลักออกได้ดังนี้:
- บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์: ให้บริการเป็นตัวแทนในการซื้อ ขาย และให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ทั้งบ้าน คอนโด ที่ดิน และอาคารพาณิชย์
- บริการจัดหาผู้รับเหมาและรีโนเวท: ครอบคลุมถึงการจัดหาผู้รับเหมา ออกแบบ ตกแต่งภายในและภายนอก รวมถึงงานก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูง
- ธุรกิจบ้านมือสอง: นำบ้านมือสองมาปรับปรุงและรีโนเวทใหม่ด้วยแนวคิด “Smart Home” ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออนไลน์: พัฒนาแพลตฟอร์ม “Property Mall” ซึ่งเป็นแหล่งรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่ครบครันบนเว็บไซต์เดียว เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ความโดดเด่นและวิสัยทัศน์
สิ่งที่ทำให้ วี บียอนด์ แตกต่างจาก อสังหาริมทรัพย์ทั่วไปคือการให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำด้าน PropTech ในประเทศไทย และพัฒนาบริการต่างๆ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมออนไลน์และต้องการความสะดวกรวดเร็ว
ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องและการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วี บียอนด์ จึงเป็นอีกหนึ่ง ที่น่าจับตามองในฐานะผู้ขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยด้วยพลังของเทคโนโลยี
ในช่วงที่ผ่านมา วี บียอนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ VBEYOND มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจหลายอย่าง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้
1. การร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับพันธมิตรรายใหญ่
- MAGURO Group: วี บียอนด์ ได้ลงนาม MOU กับ MAGURO Group เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ด้านที่อยู่อาศัยในราคาพิเศษให้กับพนักงานกว่า 1,200 คนของ MAGURO ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าและขับเคลื่อนสวัสดิการยุคใหม่
- BAM (บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)): มีการลงนาม MOU ร่วมกันเพื่อเดินหน้าโครงการ “บ้านสร้างตัว” โดย วี บียอนด์ จะคัดเลือกทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ของ BAM มาปรับปรุงและรีโนเวทใหม่ด้วยแนวคิด “Smart Home” ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมประหยัดพลังงาน เพื่อเพิ่มมูลค่าและโอกาสให้คนไทยมีบ้านในราคาที่เข้าถึงได้
- สหการประมูล: วี บียอนด์ ได้ร่วมมือกับ สหการประมูล เพื่อเปิดช่องทางการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ผ่านเว็บไซต์ โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดขายให้เติบโตได้ถึง 2,000 ล้านบาทต่อปี
2. การยื่นไฟลิ่งเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET)
- วี บียอนด์ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อีกครั้ง โดยมีเป้าหมายที่จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในปีนี้ การระดมทุนในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขัน
3. ผลประกอบการและการดำเนินงาน
- ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 55.51 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 918.44 ล้านบาท
- ผู้บริหารตั้งเป้าว่าผลประกอบการจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไตรมาสที่ 2-4 เนื่องจากลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ และมีการทยอยโอนกรรมสิทธิ์มากขึ้น
- วี บียอนด์ ยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยมีโครงการที่อยู่ในสต็อกรวมมูลค่ากว่า 24,000 ล้านบาท
4. กิจกรรมเพื่อสังคม
- ได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด จ.นนทบุรี โดยบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะเก่าจากพนักงาน
- วี บียอนด์ ยังได้ร่วมกับ Waste Buy Delivery เพื่อนำรายได้จากการขายขยะรีไซเคิลในออฟฟิศไปบริจาคให้กับมูลนิธิรามาธิบดี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณค่าจากขยะรีไซเคิล
การเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ วี บียอนด์ ในการเป็นผู้นำด้าน PropTech ที่ไม่เพียงแต่สร้างการเติบโตทางธุรกิจ แต่ยังสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง shortded