ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าตามแผนปี2568 เน้นตลาดเรียลดีมานด์

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าตามแผนปี 2568 เน้นตลาดเรียลดีมานด์ ปักธงยอดขาย 5,000 ล้านบาท

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศแผนธุรกิจปี 2567 มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ 8 – 12 โครงการ มูลค่า 7,000 – 8,000 ล้านบาท พร้อม ตั้งเป้ายอดขาย 6,550 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ 5,250 ล้านบาท

ในช่วงที่ผ่านมา บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ยังคงเดินหน้าธุรกิจอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยจากผลประกอบการในปี 2567 ที่บริษัทฯ สามารถทำยอดรับรู้รายได้รวม 3,696.59 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 588.04 ล้านบาท พร้อมกับการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีที่ 0.34 บาทต่อหุ้น สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการอย่างรัดกุมของบริษัท

สำหรับปี 2568 นี้ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ได้ตั้งเป้าหมายเชิงรุก โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 5,000 ล้านบาท และเป้ายอดรับรู้รายได้ที่ 4,050 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 6-8 โครงการ มูลค่ารวม 4,000-5,000 ล้านบาท โดยเน้นที่โครงการประเภทบ้านแนวราบเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand)

กลยุทธ์สำคัญเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ:

  • เน้นตลาดเรียลดีมานด์: บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการในทำเลที่มีความต้องการซื้อสูง เพื่อให้แน่ใจว่าบ้านที่สร้างขึ้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง
  • การตลาดเชิงรุก: ลลิล-พร็อพเพอร์ตี้ ได้ปรับกลยุทธ์การตลาด โดยใช้ข้อมูล (Data-Driven Marketing) เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การพัฒนาสินค้าให้ทันสมัย: โครงการใหม่ๆ ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เช่น การมีฟังก์ชันสำหรับ Work from Home และการใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด “Green Living Standard”
  • การบริหารจัดการที่คล่องตัว: เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทได้ปรับเปลี่ยนองค์กรให้เป็น Agile Organization และนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ

ความเคลื่อนไหวล่าสุด:

  • เปิดตัวโครงการใหม่: ลลิล-พร็อพเพอร์ตี้ ยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เปิดตัวทาวน์โฮมคุณภาพแห่งใหม่ “ไลโอ ราชพฤกษ์ – ปทุมธานี” ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 900 ล้านบาท และยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์: บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น การเปิดตัวบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่แบรนด์ “EMPEROR” ที่มี 5 ห้องนอน เพื่อรองรับกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่
  • ความยั่งยืน: ลลิล-พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นที่จะเป็น “แบรนด์บ้านรักษ์โลก” โดยได้นำแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) มาปรับใช้ในการดำเนินงานอย่างจริงจัง

จากแผนการดำเนินงานและกลยุทธ์ที่วางไว้ ลลิล-พร็อพเพอร์ตี้ ยังคงเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตามองในตลาดแนวราบ และมีความพร้อมที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว


บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2531 และได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชานเมืองและหัวเมืองหลักในต่างจังหวัด

จุดเด่นและกลยุทธ์ทางธุรกิจ

โมเดลธุรกิจของลลิล-พร็อพเพอร์ตี้ คือการนำเสนอที่อยู่อาศัยคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ บริษัทมีชื่อเสียงในด้านความเชี่ยวชาญตั้งแต่การจัดซื้อที่ดิน การออกแบบโครงการ ไปจนถึงการบริหารงานก่อสร้าง โครงการของบริษัทโดดเด่นด้วยการออกแบบที่ทันสมัย ฟังก์ชันการใช้งานที่ลงตัว และทำเลที่ตั้งที่สามารถเข้าถึงถนนสายหลัก ระบบขนส่งสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นได้อย่างง่ายดาย

ความมุ่งมั่นต่อลูกค้า

ความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ทางธุรกิจ ลลิล-พร็อพเพอร์ตี้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับบริการหลังการขายและการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า แนวทางที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางนี้ช่วยให้บริษัทสามารถสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและฐานลูกค้าที่ภักดี

การเติบโตและทิศทางในอนาคต

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ลลิล-พร็อพเพอร์ตี้ได้ขยายธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป บริษัทได้ลงทุนในเทคโนโลยีและเทคนิคการก่อสร้างใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน นอกจากนี้ยังได้กระจายพอร์ตโฟลิโอโดยการเปิดตัวโครงการในตลาดใหม่ๆ เช่น ที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมและโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use)

โดยสรุปแล้ว บริษัท ลลิล-พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้เล่นที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยการมุ่งเน้นที่คุณภาพ ราคาที่เข้าถึงได้ และความพึงพอใจของลูกค้า ทำให้บริษัทอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตและความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในอนาคต shortded